




โปรดติดตามตอนต่อไป





โปรดติดตามตอนต่อไป
ทุก ๆ เช้าเมื่อชั้นตื่นขึ้นมาสิ่งแรกที่ฉันจะทำคือไปที่ตู้จดหมาย เพื่อดูว่าวันนี้มีจดหมายของฉันรึเปล่าตอนนี้มันได้กลายเป็นกิจวัตรประจำวันของฉันแล้ว มันเริ่มจาวันหนึ่งที่ฉันได้รับจดหมายที่จ่าหน้าส่งถึงฉันทุกวัน...ทุกวัน มันทำให้ฉันต้องไปเปิดดูที่ตู้จดหมายทุก ๆ วัน และทุก ๆ วันฉันก็จะพบกับจดหมายที่ส่งมาถึฉันโดยที่ไม่มีชื่อผู้ส่ง ข้อความในจดหมายนั้นส่วนใหญ่จะเป็นบทความ เรื่องราวที่เขียนขึ้นมาจากจินตนาการ หรือบางครั้งก็มีเพียงแค่ข้อความหรือบทกลอนสั้น ๆ แต่จดหมายฉบับนั้นมันมีความหมายต่อฉันมากเลย จดหมายฉบับนั้นทำให้ฉันสดใสร่าเริงกว่าเดิมจากที่ฉันเคยเป็นคนที่เงียบ ๆ และยังทำให้ฉันมองโลกในแต่ละวันได้สวยงามมากยิ่งขึ้น มันเหมือนกับว่าฉันได้มีเพื่อนเพิ่มขึ้นมาอีกคน(เป็นเพื่อนที่แสนดีเชียวหล่ะ) แม้ว่าฉันจะไม่เคยรู้เลยก็ตามว่าเขาคือใคร แต่เท่าที่ฉันทำความรู้จักเขาจากจดหมายที่เขาส่งมาทุก ๆ วันมันทำให้ฉันรู้ว่าเขาต้องเป็นคนที่มีจินตนาการและเป็นคนที่สดใสร่าเริงกว่าฉันแน่เลย เพราะเรื่องราวที่เขาเขียนมามันไม่เคยทำให้ฉันรู้สึกเป็นทุกใจเลยแม้แต่ครั้งเดียว ฉันได้รับจดหมายอย่านี้ทุกวัน...ทุกวัน มาเป็นปี แต่แล้ววันหึ่งจดหมายที่เคยส่งมานั้นก็กลับเงียบหายไปไม่เคยส่งมาอีกเลย ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเป็นเพราะอะไร แต่สิ่งที่ฉันรู้คือ...ต่อไปนี้คงไม่มีจดหมายจากเพื่อนคนนั้นอีกแล้ว และดูเหมือนว่าสิ่งที่หายไปนั้นจะไม่ใช่แค่จดหมาย แต่มันได้พาเอาใจของฉันไปด้วย ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ จนถึงตอนนี้ ฉันก็ยังคงคิดถึงจดหมายฉบับนั้นและเจ้าของจดหมายอยู่ถึงจะไม่รู้ว่าเขาเป็นใครก็เถอะ
นี่คือข้อความในจดหมายฉบับสุดท้ายที่ส่งมา มันอาจจะเป็นการบอกลาโดยที่ฉันไม่รู้ตัวก็ได้
ใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง มีสิ่งมีชีวิตที่จะคอยส่องแสงระยิบระยับในยามค่ำคืน แสงที่ส่องระยิบระยับนั้นมาจากพวกเจ้าหิ่งห้อยนั่นเอง บรรดาหิ่งห้อยทั้งหลายที่อยู้ใต้ต้นไม้ใหญ่ต่างก็เป็นเพื่อนกัน ทุกตัวล้วนแล้วแต่แบ่งปันอาหารซึ่งกันและกัน อยู่ด้วยกันด้วยความรักใคร่ทุกวัน...ทุกวัน... เป็นเช่นนี้มาโดยตลอด แต่แล้วมาวันหนึ่งแสงจากหิ่งห้อยก็เริ่มหายไปทีละตัว แสงที่หายไปนั้นก็หมายถึงจำนวนหิ่งห้อยที่ตายไป พวกที่เหลืออยู่ก็พากันเศร้าโศกเสียใจ แต่ในค่ำคืนนั้นเอง เมื่อมองไปที่ท้อยงฟ้าเหล่าบรรดาหิ่งห้อยทั้งหลายก็จะพบว่ามีแสงระยิบระยับอยู่บนท้องฟ้ามีแสงดาวเพิ่มมาอีกทีละดวง มันทำให้พวกหิ่งห้อยได้รู้ว่า เพื่อนของตนไม่ได้จากไปไหนไกลเพียงแต่อยู่ใกล้กับพวกมันแค่นี้ และเมื่อไหร่ก็ตามที่พวกมันคิดถึงเพื่อนที่จากไป เพียงมองไปที่ท้องฟ้าก็จะพบดาวที่ส่องแสงระยิบระยับซึ่งก็คือพวกเพื่อนของมันที่จากไปนั่นเอง
บัดนี้เหล่าหิ่งห้อยที่จากไปก็ได้กลายเป็นดาวบนท้องฟ้าในยามค่ำคืนแทนที่ต้นไม้ใหญ่ และหิ่งห้อยที่ยังอยู่ก็มีความสุขและร่าเริงอยู่เช่นเคย
ทุก ๆ วัน เมื่อผมตื่นขึ้นมาผมก็จะพบว่าตัวเองอยู่ในห้องห้องหนึ่งที่ ร.พ. อย่างเดิมไม่เคยเปลี่ยนไปแต่สิ่งที่ผมทำได้ก็คือ ผมจะเขียนเรื่องราว ข้อความต่าง ๆ ที่ผมมีอยู่ในใจส่งไปให้คน ๆ หนึ่งทุก ๆ วัน จดหมายที่ผมส่งไปนั้นผมจะไม่ลงชื่อหรือแม้แต่เอ่ยว่าผมเป็นใคร เพราะผมไม่อยากให้เธอรู้ว่าผมเป็นแค่คนที่กำลังป่วยและนอนนอยู่ที่ร.พ.เท่านั้น ผมจึงเขียนเรื่องราวต่าง ๆ ตามจินตนาการของผมไปให้เธอได้อ่าน ผมอยากแค่ให้เธอมีความสุขเท่านั้นเอง เพราะผมเองคงทำได้แค่นี้ และก็ไม่รู้ว่าผมจะสามารถเขียนไปให้เธอได้อ่านอีกนานแค่ไหน และวันไหนที่อาการผมทรุดลง ผมก็จะเขียนเป็นข้อความหรือกลอนสั้น ๆ ส่งไปให้เธอ แต่ถ้าผมอาการดีก็จะเอาแรงที่ผมมีทั้งหมดเขียนจดหมายเรื่องราวต่าง ๆ มากมายไปให้เธอ จนวันนี้ก็ปีกว่าแล้ว โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่าผมเป็นใคร
ผมเองยังจำครั้งแรกที่พบกับเธอได้เสมอ ก็ตอนที่เปิดเทอมใหม่ เราเข้าประชุมและนั่งข้างกัน เธอเป็นคนที่มีจิตใจดีมากแต่ไม่ค่อยสดใสร่าเริงเท่าไหร่ จากวันนั้นมันก็ทำให้ผมรู้สึกว่าอยากทำให้เธอมีความสุขสดใสร่าเริง แต่ผมกลับมาล้มป่วยจนต้องเข้าร.พ.และก็ไม่ได้ไปเรียนอีกเลย ผมจึงทำได้แค่เขียนจดหมายไปหาเธอ และเธอก็เป็นคนที่ทำให้ผมมีกำลังใจอยู่จนถึงวันนี้
แต่วันนี้อาการผมทรุดหนักลงอีกแล้ว และดูเหมือนว่ามันจะแย่มากด้วย พรุ่งนี้ผมอาจจะไม่สามารถเขียนอะไรส่งไปให้เธออ่านได้อีกก็ได้ แต่วันนี้ผมจะเขียนเรื่อง เรื่องเล่าของดวงดาว ส่งไปให้เธออ่าน และผมก็อยากบอกให้เธอรู้ว่าถึงแม้จดหมายที่เคยส่งไปนั้นจะไม่มีส่งไปอีกแล้ว แต่ผมก็ยังอยากให้เธอมีความสุขและสดใสร่าเริงอยู่เสมอ
ฉันไม่รู้ ฉันจำไม่ค่อยได้เท่าไหร่หรอกว่าฉันมาอยู่ตรงนี้ได้ไง เท่าที่ฉันจำได้ฉันออกมาจากที่ที่มีเพื่อนของฉันอยู่เยอะ ๆ เขาส่งฉันต่อเป็นทอด ๆ มา จนมาถึงนี่ ตะกร้าทำด้วยพลาสติกมีฝาปิดเป็นตะแกรงพลาสติก ฉันถูกจับยัดเอาว้าข้างในรวมกับเพื่อน ๆ ของฉัน ฉันไม่ทันเห็นหน้าคนที่จับฉันยัดในไอ้ตะกร้าแคบ ๆ นี้หรอก เห็นแต่มือ แต่ฉันก็พอได้ยินเสียงของเขานะ เสียงที่เต็มไปด้วยความอ่อนล้า ฉันได้ยินเขาพูดเชิงประชดว่า แหม ! ซื้อของ 20 ให้แบงค์ 1000 เชียวนะ มาแตกแบงก์ก็พูดมาเถอะ เศษตังค์ยังไม่ค่อยมีทอนอยู่ ลืมบอกไปว่าเสียงที่แฝงความอ่อนล้าของเธอนั้น ก็ยังแฝงความจัดจ้านลงไปอีกชั้นหนึ่ง เท่าที่ฉันเดาเธอต้องเป็นแม่ค้าแน่นอน อ้าว ! เล่าเพลินเพื่อน ๆ ในตะกร้าทักฉันแล้ว
สวัสดีจ๊ะ เธอไปเที่ยวที่ไหนมาบ้างละ เหรียญ 10 พูด
ก่อนหน้านี้หรอ ฉันอยู่กับเด็กหนุมคนหนึ่ง อยู่ได้แค่ 4 5 ซ.ม.เอง เขาก็เอาฉันมาให้ป้าแม่ค้านี่ล่ะ
ว้า ! แล้วก่อนนั้นล่ะ ฉันอยากรู้จัง ฉันเป็นเหรียญ 10 ไม่ค่อยได้เจอโลกกว้างหรอก วัน ๆ ก็วนเวียนอยู่ในตลาดนี้เอง โชคร้ายหน่อยก็ต้องตกไปในตู้โทรศัพท์ ไม่ค่อยมีเหรียญสิบด้วยกันเลย นี่แบงก์พัน เล่าให้ฉันฟังอีกสิ
น่าสงสารจัง ดีนยะฉันเกิดเป็นเหรียญ ฉันเลยไม่ต้องยับอย่างเธอ เหรียญ 10 พูด
อืม ๆ จริงด้วยฉันอยากเกิดเป็นเหรียญบ้างแล้วแหละ
ไม่เป็นไรหรอก เธอก็มีค่ามากนะ ถือซะว่าเงินเลือกเกิดไม่ได้ก็แล้วกัน
ฉันเล่าต่อดีกว่า เต้พาฉันเดินไปเรื่อย ๆ ฉันแอบเห็นทางช่องว่างระหว่างนิ้ว ว่าข้าง ๆ ทางไม่น่าจะเป็นทางเดินไปตลาดเลยมีแต่ซอยอับ ๆ ทึบ ๆ ยิ่งเดินเต้ยิ่งกำฉันแน่นขึ้น ฮือ ๆ ๆ ฉันแทบจะร้องไห้ คนใจร้าย ฮือ ๆๆ
อย่าร้องไห้เลย คนมักไม่เห็นคุณค่าของอะไรทั้งสิ้นหรอก ชีวิตของตัวเอง เขายังไม่เห็นค่าเลย ดูอย่างเมื่อ 2 วันก่อนซิฉันบังเอิญไปอยู่ในกระเป้ากางเกงของผู้หญิงคนหนึ่ง อยู่ได้ไม่ถึงวัน เธอกระโดดตึกตายเฉยเลย เหรียญ 10 บอก
เธอเห็นหรือ ฉันถาม
เห็นซิฉันถูกผู้ชายคนหนึ่งหยิบออกมาจากกระเป๋ากางเกงของเธอ หลังจากเธอกระโดดตึกลงมาตายแป๊ปเดียวเอง เหรียญ 10 พูด
แหว่ะไม่เอาแล้วน่ากลัว ฉันเล่าต่อดีกว่า ฉันบอกเหรียญ 10 ก่อนฉันจะทนไม่ไหว จนเป็นลมเป็นแล้งไป
เล่าต่อนะ ฉันถูกเต้พามายังร้าน ๆ หนึ่ง มีอาแปแก่ ๆ ขายของอยู่ เต้เดินไปหาอาแปะแล้วส่งสัญญารอะไรสักอย่าง ฉันก็ไม่รู้หรอกว่ามันแปลว่าอะไร แล้วเต้ก็เดินตามอาแปะไปหลังร้าน อาแปะส่งซองเล็กเท่าซงยา ข้างในมีผงสีขาว ๆ อยู่ แล้วเต้ก็ส่งฉันให้อาแปปะ ฉันไม่รู้หรอกว่ามันคืออะไรไอ้ผงขาว ๆ นั้น แต่ฉันสงสัยว่าทำไมเต้ไม่เอาฉันไปซื้อกับข้าว ฉันมีค่าแค่ไอ้ผงขาว ๆ ถุงเล็ก ๆ นั่นหรือ หากเอาฉันไปซื้อกับข้าวอย่างที่ยาเต้สั่ง ฉันก็จะภูมิใจมากที่ทำให้อีกหลายคนอิ่มท้อง แล้วฉันก็มารู้ทีหลังว่าไอ้ผงขาว ๆนั่นเรียกว่า เฮโรอีน เป็นยาเสพย็ติดที่พวกมนุษย์น่าโง่เขาใช้กัน รู้ไหม พอฉันรู้นะ ฉันเกลียดเต้มากที่เห็นฉันมีค่าพอแค่จะแลกกับผงนรกนั้น แต่ช่างเถอะเรื่องของคนเงินไม่เกี่ยว
อืม ! มนุษย์นี่โง่จริงนะ เห็นผงอะไรก็ไม่รู้มีค่ามากกว่าเงินอย่างเรา เหรียญ 10 พูด
ตายแล้ว แม่ค้าเปิดตะกร้า เงียบก่อน ! แบงก์พันพูด
ฉันคงต้องไปแล้วล่ะ แล้วเจอกันนะแบงก์พัน ถ้ามีโอกาส เหรียญ 10 ลาฉัน
ฉันคิดว่าเดี๋ยวฉันก็คงต้องตามเหรียญ 10 ไปในไม่ช้า